ทีทีบี ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจ

ทีทีบี ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจยุคดิจิทัลด้วย “ttb business one” ก้าวสู่บทบาท “Growth Navigator” หนุนลูกค้าสู่การเติบโตอย่างแท้จริง Views: 41

Share this post
Read More

ทีทีบี ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจยุคดิจิทัล

ทีทีบี ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจยุคดิจิทัลด้วย “ttb business one” ก้าวสู่บทบาท “Growth Navigator” หนุนลูกค้าสู่การเติบโตอย่างแท้จริง ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ประกอบการไทยต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ทีทีบีจึงเดินหน้ายกระดับบทบาทจากสถาบันการเงินสู่การเป็น “Growth Navigator” ช่วยลูกค้าธุรกิจปลดล็อกข้อจำกัด ผ่านโซลูชันที่เชื่อมโยงเงินทุน เครื่องมือดิจิทัล และองค์ความรู้ โดยมี ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารธุรกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกจังหวะของการเติบโต ในมุมของลูกค้าธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ความท้าทายสำคัญคือการต้องบริหารหลายมิติของธุรกิจภายใต้ข้อจำกัด นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องทำงานผ่านหลายระบบในการรับเงิน-จ่ายเงิน มีกระบวนการทำงานที่เป็น Manual จำนวนมาก ส่งผลให้เสียเวลา เกิดข้อผิดพลาด และจำกัดประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน ข้อมูลสำคัญของธุรกิจยังคงกระจัดกระจายอยู่หลายที่ ไม่สามารถนำมาเชื่อมโยงเพื่อสร้างมุมมองภาพรวมของธุรกิจและใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ทีทีบีจึงพัฒนา ttb business one ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมทุกการบริหารธุรกิจไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกประเภทธุรกรรม เชื่อมต่อข้อมูลแบบ End-to-End ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องสลับหลายระบบ พร้อมมองเห็นภาพรวมของธุรกิจเพื่อให้การบริหารธุรกิจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ทีทีบียังเชื่อมต่อกับพันธมิตรใน Ecosystem ต่าง ๆ  อาทิ LINE MAN Wongnai เพื่อตอบโจทย์เฉพาะของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ช่วยให้ทั้งการดำเนินงานและข้อมูลไหลลื่นตั้งแต่การขาย การรับเงิน ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตและการต่อยอดทางธุรกิจ นางสาวบุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนำเข้า–ส่งออก ต้องเผชิญแรงกดดันมากกว่าที่เคย ทั้งจากมาตรการทางการค้า (Tariff) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่ส่งผลให้ต้นทุนซัพพลายเชนปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเริ่มมองหาตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับปรับรูปแบบการทำธุรกรรม ไปสู่การใช้ “หลายสกุลเงิน” มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการซื้อขาย อีกหนึ่งความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดในปีนี้ คือความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวมากกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี “โจทย์ของผู้ประกอบการในวันนี้ ไม่ใช่แค่การรับ-จ่ายเงิน แต่คือการบริหารต้นทุน และลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน” แนวทางที่ช่วยลดความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งมีความเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเงินบาทมากกว่า ซึ่งทีทีบีช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนได้แม่นยำขึ้น ผ่านบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน ทีทีบี (ttb multi-currency account) ที่รองรับธุรกรรมได้ถึง 11 สกุลเงินหลักภายในบัญชีเดียว ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขาย-รับ-จ่าย ทั้งในและต่างประเทศ ในส่วนของธุรกรรมการเงินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ถูกเชื่อมต่อให้อยู่ในที่เดียวผ่าน ttb business one ตั้งแต่การโอนเงินไปให้คู่ค้าต่างประเทศที่รองรับถึง 24 สกุลเงินครอบคลุมกว่า 240 ประเทศทั่วโลก ทั้งการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงสินเชื่อเพื่อการค้าที่รองรับทั้งสกุลเงินบาท ดอลลาร์ และสกุลท้องถิ่น อย่างเช่นสกุลเงินหยวน ทีทีบีมีบริการ  Yuan Full Pay ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมกับคู่ค้าจีนโดยเฉพาะ ttb…

Share this post
Read More