นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.00% ต่อปี เป็น 2.25% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจไทย ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธอส.จึงมีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภทมีสมุดคู่ฝากและใบรับเงินฝากประจำ 0.10 – 0.30% ต่อปี สำหรับลูกค้าบุคคลนิติบุคคล ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ เพื่อส่งเสริมการออมและให้ผู้ฝากเงินได้รับประโยชน์ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมดูแลกลุ่มลูกค้าของธนาคารรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งในปัจจุบัน ธอส.ได้ให้ความช่วยเหลือคนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วกว่า 4 ล้านครอบครัว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpageธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : [http://GHB%20ALLGEN]GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th Views: 259
Read MoreTag: ดอกเบี้ย
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.90-35.50 กังวลเศรษฐกิจจีน
วิจัยกรุงศรี มองทิศทางดอกเบี้ย
เศรษฐกิจโลก การประชุมธนาคารกลางสหรัฐและยุโรปสัปดาห์นี้ อาจส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น Views: 221
Read Moreกรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.00-34.80
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.00-34.80 รอผลประชุมสามธนาคารกลางหลัก กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.40 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในช่วง 33.75-34.72 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดปรับสถานะการลงทุนก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)และธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐฯที่ร่วงลงบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังอยู่ในภาวะแข็งแกร่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯฟื้นตัวขึ้นซึ่งสะท้อนว่าผู้ร่วมตลาดลดทอนความคาดหวังเกี่ยวกับความเร็วที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในปี 67 ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 17 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 14,668 ล้านบาท สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ระบุว่า คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 25bp สู่ 5.25–5.50% ในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ค. ซึ่งเรามองว่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายแม้เฟดอาจจะยังไม่ส่งสัญญาณยุติวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นในครั้งนี้เพื่อรอข้อมูลจนกว่าจะแน่ใจว่าเงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ท่าทีดังกล่าวอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์เพียงชั่วคราวเท่านั้น ตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลขการใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลเดือนมิ.ย. โดยเราประเมินว่าภาวะ Soft landing ของเศรษฐกิจสหรัฐฯควบคู่ไปกับการชะลอตัวของเงินเฟ้อจะเป็นฉากทัศน์ที่เป็นลบที่สุดสำหรับเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ คาดว่าอีซีบีจะขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 3.75% ในวันที่ 27 ก.ค. ส่วนผลประชุมบีโอเจในวันที่ 28 ก.ค.นักลงทุนคาดว่าจะคงนโยบายตามเดิม อนึ่ง เรามองว่าการดิ่งลงของค่าเงินเยนท้ายสัปดาห์ก่อนส่งผลให้ความเสี่ยงของเงินเยนเบ้ไปทางด้านแข็งค่ากรณีบีโอเจสร้างความประหลาดใจด้วยการปรับมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve control) สำหรับปัจจัยในประเทศ ผู้ว่าการธปท.ระบุว่ายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องหยุดการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย โดยมองว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงขึ้นในระยะถัดไปและควรมีการสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย(policy space) ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกจะขยายตัว 2.9% และครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตรา 4.2% โดยในมุมมองของธปท.เห็นว่านโยบายต้องให้น้ำหนักหลักไปที่การรักษาเสถียรภาพมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนเงินบาทยังคงมีแนวโน้มผันผวนต่อไป เราคาดว่าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯและการเมืองในประเทศจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกระแสเงินทุนเต่างชาติในระยะนี้ Views: 229
Read Moreพลัสฯจับมือ UOB เปิดตัวบริการสินเชื่อบ้านมือสอง
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเฉลี่ยต่ำสุด 2 ปีแรก เพียง 2.75% ต่อปี สำหรับบ้านมือสอง ซึ่งทางพลัสฯมีอยู่ในสต็อกมากกว่า 10,000 ยูนิต สนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ พร้อมนำเสนอราคาและเงื่อนไขที่จับต้องได้ Views: 616
Read More