กนอ. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “โรงงานโปร่งใส” ยกระดับตรวจสอบระบบ “ต้นซอย” มุ่งสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมยั่งยืน ตามนโยบาย “I-EA-T RAPID ”
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ชูยุทธศาสตร์ “โรงงานโปร่งใส” ขับเคลื่อนระบบตรวจสอบเชิงรุกตั้งแต่ “ต้นซอย” ยกระดับธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในนิคมอุตสาหกรรม เผยผลการตรวจโรงงานเป้าหมาย 10 แห่งแรก พบประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไข พร้อมแผนเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่องให้ครบ 30 แห่งทั่วประเทศ ภายในกลางปี 2569 มุ่งเป้ายกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการยกระดับธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในนิคมอุตสาหกรรม โดยระบุว่า กนอ. ได้เร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตรวจสอบและจัดระเบียบโรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้แผนการบริหารงานของผู้ว่าการ กนอ. ภายใต้วิสัยทัศน์ “I-EA-T RAPID” ที่มุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโตบนฐานความยั่งยืน (Driving Growth & Sustainability) โดยหัวใจหลักคือการใช้ระบบการตรวจสอบตั้งแต่ “ต้นซอย” เพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ อีกทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น และเพื่อให้การกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กนอ. ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ตามคำสั่ง กนอ.ที่ 461/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568
โดยคณะกรรมการชุดนี้ ทำหน้าที่เชิงรุกในการเข้าตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากผลการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงาน โดยกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกโรงงานเป้าหมาย เพื่อเข้าตรวจ ดังนี้ 1. โรงงานประภท 101, 105, 106, โรงงานยางรถยนต์ และโรงงานเหล็ก หรือหลอมโลหะ 2. โรงงานที่เคยเกิดอุบัติเหตุ หรือมีข้อร้องเรียน 3. โรงงานเฝ้าระวังของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การตรวจสอบจะดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานหรือ Standard Operating Procedure (SOP) โดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จ คือ การตรวจสอบโรงงานให้ครบถ้วนอย่างน้อย 30 แห่ง และรายงานผลต่อผู้ว่าการฯ และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยง (GRC) เพื่อยกระดับความปลอดภัย เสริมสร้างความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของสังคม
ปัจจุบัน กนอ. ได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบโรงงานเป้าหมายไปแล้วทั้งสิ้น 10 โรงงาน (ข้อมูล ณ 10 กุมภาพันธ์ 2569) ครอบคลุมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ อมตะซิตี้ ระยอง, อมตะซิตี้ ชลบุรี, ดับลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด, ปิ่นทอง,บ่อทอง 33 และเวลโกรว์ ซึ่งคณะกรรมการฯ “ต้นซอย” ได้ตรวจพบประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ได้แก่ 1. ด้านการประกอบกิจการ 2. ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลภาวะทางน้ำ อากาศ และกากของเสียอุตสาหกรรม 3. ด้านการจัดการความปลอดภัย และ 4. ด้านการดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคาร พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดจากผลการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อมิให้การประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมโดยรวม
นายสุเมธ กล่าวย้ำว่า กนอ. จะยังคงเดินหน้าตรวจสอบโรงงานเป้าหมายอย่างเข้มข้นเพื่อให้ครบตามเกณฑ์ขั้นต่ำ 30 แห่ง โดยมีแผนการเข้าตรวจโรงงานในลำดับถัดไป ดังนี้ ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 ตรวจสอบโรงงานในพื้นที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ และช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2569 ตรวจสอบโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง, สมุทรสาคร, พิจิตร, บางปู และลาดกระบัง
“การใช้ระบบตรวจสอบตั้งแต่ต้นซอย คือ หัวใจสำคัญในการกำกับดูแล เพราะเราต้องการให้โรงงานดำเนินการอย่างถูกต้องและมีมาตรฐานตั้งแต่วันแรกที่เริ่มประกอบกิจการจนถึงปัจจุบันและในอนาคต โดย กนอ. ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ ตรวจกำกับตามกฎหมายเท่านั้น แต่เราพร้อมเป็นพี่เลี้ยงและให้คำปรึกษาที่ช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลตามหลัก ESG และเป้าหมาย Net Zero เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเติบโตเคียงคู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืนและโปร่งใส”ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวปิดท้าย
